Skip to content
หินสังเคราะห์คืออะไร ?
การตกแต่งบ้านนิยมนำหินมาตกแต่งหรือทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โดยหินที่นิยมนำมาใช้ก็คือหินธรรมชาติและหินเทียม ซึ่งในปัจจุบันมีการนำหินเทียมมาใช้ในการตกแต่งบ้านเพิ่มมากขึ้น
หินเทียมแบ่งออกเป็นหลายชนิด ทั้งหินเทียมที่นำหินธรรมชาติมาทำ (Composite Stone) และหินเทียมที่เป็นหินสังเคราะห์เสมือนจริง (Solid Surface)
หินเทียมที่นำหินธรรมชาติมาทำ ใช้วิธีการนำหินธรรมชาติมาบดผสานกันด้วยเรซิ่น จากนั้นนำมาอัดเป็นแผ่น
หินสังเคราะห์ (Solid Surface) ใช้เทคโนโลยีการผลิตและเติมสารเติมแต่งเพื่อลบจุดด้อยของหินธรรมชาติ เช่น ไร้รอยต่อ ไร้รูพรุน ไม่ซึมน้ำ ไม่เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค นอกจากนี้ยังสามารถดัดโค้งได้ตามดีโซน์การออกแบบ
หินสังเคราะห์แบ่งออกเป็น
1. หินสังเคราะห์อะคริลิก 100% (Acrylic solid surface)
2. หินสังเคราะห์ผสมโพลีเอสเตอร์ (Unsaturated polyester solid surface, UPE)
ข้อแตกต่าง ของหินสังเคราะห์อะคริลิก 100% กับหินสังเคราะห์ผสมโพลีเอสเตอร์ คือ ส่วนผสมของเคมี และการดัดโค้ง หินสังเคราะห์อะคริลิก 100% สามารถดัดโค้งได้แต่หินสังเคราะห์ผสมโพลีเอสเตอร์จะไม่สามารถดัดโค้งได้
ข้อดีของหินสังเคราะห์
1. ไร้รอยต่อ
2. ไม่มีรูพรุน ไม่ซึมน้ำ ป้องกันความชื้น
3. ไม่มีแบคทีเรีย ไม่เป็นที่สะสมของเชื้อโรค ทำให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
4. ไม่ลามไฟ
5. ทนต่อความร้อนของแสง UV
6. สวยงาม มีให้เลือกหลายแบบ เช่น สีที่ไม่มีในหินธรรมชาติ หรือดีไซน์ที่ทำเลียนแบบหินธรรมชาติ เช่น ลายหินอ่อน
7. ทนต่อกรดด่าง
8. ทนต่อสารเคมีที่ใช้ภายในบ้าน เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาด น้ำยาล้างห้องน้ำ
9. ทำความสะอาดง่าย
10. สามารถซ่อมแซมได้
หินสังเคราะห์ส่วนใหญ่ใช้ในการทำ
1. ท็อปเคาน์เตอร์ เช่น ท็อปเคาน์เตอร์ห้องครัว ท็อปเคาน์เตอร์ห้องน้ำ ท็อปเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ท็อปเคาน์เตอร์ร้านกาแฟ
2. อ่าง เช่น อ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ
3. ผนังกำแพงตกแต่งบ้าน (งานภายใน)